ประกันภัย รถยนต์

จริงหรือไม่ เคลมประกันภัยรถยนต์บ่อย จะทำให้ต้องจ่ายค่าเบี้ยสูงขึ้น

เมื่อคุณเป็นเจ้าของรถสักคัน สิ่งหนึ่งที่จะต้องคิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ ค่าใช้จ่ายมากมายที่จะตามมา ค่าผ่อนรถก็หนักแล้ว นี่ยังต้องมีค่าบำรุงรักษารถ ค่าซ่อมส่วนต่าง ๆ รวมไปถึงค่าประกันภัยรถยนต์ทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจด้วย จะไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่สุดจะคาดเดา ถ้าวันนั้นไม่ใช่วันของเรา อุบัติเหตุทางรถยนต์อาจทำให้เราต้องเสียหายหลักหมื่นหลักแสนเลยทีเดียว

หลายคนอาจมีปัญหาตรงที่ว่าโชคมักไม่เข้าข้าง เกิดอุบัติเหตุบ่อย ทั้งไปเฉี่ยวชนเขา ทั้งเขามาชนเรา จนเป็นเหตุให้ต้องมีการเคลมประกันบ่อย ๆ ซึ่งเราอาจจะเคยได้ยินกันมาว่าเคลมบ่อยจะทำให้การต่อประกันทำยากขึ้น เพราะจะต้องเสียค่าเบี้ยประกันภัย รถยนต์แพงขึ้น เรื่องนี้จริงเท็จอย่างไร มาไขปัญหากันเลย

เรื่องจริง เคลมบ่อยต้องจ่ายเบี้ยประกันสูง

การถูกเพิ่มค่าเบี้ยประกันเวลาจะไปต่อประกันรถปีถัดไปเพราะขอเคลมบ่อย เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง และบริษัทประกันทุกแห่งก็ใช้เป็นหลักปฏิบัติกันมาเรียกว่าแทบจะเป็นสากลเลยทีเดียว หากมองแบบนี้ผู้ทำประกันอาจจะมองว่าเสียเปรียบหรือไม่เป็นธรรม แบบนี้ไม่ต้องทำประกันจะดีกว่าไหม ตรงนี้ก็ต้องทำความเข้าใจกันให้ดีก่อน สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์นั้นหน้าที่หลักก็คือการคุ้มครองแบบกระจายความเสี่ยง

นั่นหมายถึงว่าจะต้องกระจายความเสี่ยงทั้งตัวผู้ทำประกันและกระจายความเสี่ยงให้กับบริษัทประกันด้วย ผลประโยชน์จะต้องได้ทั้งสองฝ่าย กรณีที่ผู้ทำประกันเกิดอุบัติเหตุขณะขับขี่และได้ทำการเคลมประกันไปแล้ว จะกี่ครั้งก็ตาม ตรงนี้ก็ถือว่าผู้ทำประกันได้รับประโยชน์จากกรมธรรม์ไปแล้ว ส่วนบริษัทประกันหากจะได้ประโยชน์ร่วมกันก็ต้องไปคิดค่าเบี้ยเพิ่มในการต่อประกันปีถัดไป

อยากให้คุณมองว่าบริษัทประกันจะนำเงินมาจ่ายชดเชยให้คุณได้อย่างไร ถ้าหากเขาเสียผลประโยชน์ ต้องจ่ายอยู่ฝ่ายเดียวบริษัทก็ขาดทุนไม่มีเงินมาจ่ายให้กับลูกค้าทุกคน ตรงนี้ทางบริษัทประกันจึงจำเป็นต้องมีการคิดค่าเบี้ยเพิ่มสำหรับกรณีคนที่มีความเสี่ยงสูงขอเคลมประกันบ่อยนั่นเอง

เคลมบ่อยเกินไปบริษัทประกันก็เทคุณได้

มีบางกรณีที่ผู้ขับขี่เคลมประกันบ่อยมาก เดี๋ยวขับชนนั่นเฉี่ยวนี่ตลอด เคลมบ่อยจนเรียกว่าเกินวงเงินประกันเลยทีเดียว ถูกคิดค่าเบี้ยเพิ่มก็แล้ว ก็ยังมีเหตุเฉี่ยวชนจนต้องมาขอเคลมอีก ในกรณีแบบนี้บริษัทประกันภัยรถยนต์จะพิจารณาการรับประกันอีกรอบ ซึ่งหากว่าเบี้ยประกันปรับเพิ่มไปแล้ว และยังมีเหตุต้องมาขอเคลมอีกจนเกินอัตรา 200% แบบนี้บริษัทประกันจะไม่มีการคิดค่าเบี้ยเพิ่ม แต่จะใช้วิธียกเลิกกรมธรรม์กับผู้ทำประกันรายนั้นไปเลย เรียกว่ายอมแพ้และเทกันให้เห็น ๆ เลย

การยกเลิกกรมธรรม์ก็คือ การปฏิเสธการต่อประกันในปีถัดไปของผู้ทำประกัน ซึ่งกรณีแบบนี้ในทางกฎหมายก็เปิดช่องให้บริษัทประกันทำได้ เพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

ดังนั้น ถ้าจะให้ดีต่อทุกฝ่าย ทั้งตัวคุณและบริษัทประกัน ก็ขับรถอย่างมีสติ ไม่ประมาท และใช้ความระมัดระวังกันให้มากจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาจ่ายเบี้ยประกันแพง บริษัทประกันจะได้ไม่ต้องหนักใจ ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์ แบบนี้จะดีที่สุด หากคุณรู้สึกว่าเบี้ยประกันที่คุณจ่ายเริ่มสูงแล้ว และกำลังต้องการข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทประกันภัยรถยนต์รายอื่น เข้าไปดูข้อมูลจาก EasyCompare ก็ได้ เปรียบเทียบประกันง่าย จะซื้อก็สามารถทำได้ครบอย่างลงตัว

Scroll to Top